ระเบียบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ว่าด้วยการให้บริการและข้อปฏิบัติในการใช้บริการคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2540
-----------------------------------

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบการให้บริการและข้อปฏิบัติในการใช้บริการคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15(10) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ พ.ศ. 2522 และโดยมติสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในคราวประชุมครั้งที่ 206(8/2539) เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2539 จึงให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่าด้วยการให้บริการและข้อปฏิบัติในการใช้บริการคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2540”

ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3. บรรดาความในประกาศและระเบียบอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับความในระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4. ในระเบียบนี้

มหาวิทยาลัย หมายถึง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่กระทำการในนามมหาวิทยาลัยโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของมหาวิทยาลัย
ศูนย์คอมพิวเตอร์ หมายถึง ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
หน่วยงาน หมายถึง สำนักงานอธิการบดี คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย ศูนย์ สำนัก และหน่วยงานอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อธิการบดี หมายถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
(computing and networking facilities)
หมายถึง ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ข้างเคียง (computer peripherals) และเครือข่ายและอุปกรณ์สื่อสาร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และวัสดุอุปกรณ์หรือทรัพยากรทุกอย่างที่รวมกัน หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย ซึ่งมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เช่าหรือได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบโดยผู้เป็นเจ้าของ
บัญชีคอมพิวเตอร์
(computer account)
หรือบัญชีผู้ใช้
(user account)
หมายถึง บัญชีที่ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายของมหาวิทยาลัย โดยความยินยอมของผู้มีอำนาจ ผู้ที่มีบัญชีคอมพิวเตอร์จะได้รับชื่อบัญชี (account/login id) พร้อมกับรหัสผ่าน (password)
ผู้ใช้บริการ หมายถึง นักศึกษา อาจารย์ และข้าราชการ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และบุคคลทั่วไปที่มหาวิทยาลัยพิจารณาอนุญาตให้ใช้บริการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย

ข้อ 5. ผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบต่อการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายให้เป็นไปอย่างเหมาะสมตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงการใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการป้องกันมิให้ผู้อื่นสามารถเข้าใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย ระมัดระวังมิให้บุคคลอื่นรู้รหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้ของตน และไม่พยายามล่วงรู้หรือเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้ของผู้อื่น ในกรณีที่มหาวิทยาลัยอนุญาตให้ผู้ใช้บริการเข้าใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายได้โดยไม่ต้องมีบัญชีผู้ใช้หรือรหัสผ่าน เช่นในกรณีของการเข้าใช้ระบบห้องสมุด เป็นต้น ผู้ใช้บริการก็ยังคงต้องถือปฏิบัติตามระเบียบฉบับนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

ข้อ 6. มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิ์ในการกระทำการดังต่อไปนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

6.1 จำกัดการใช้หรือห้ามมิให้บุคคลใดเข้าใช้ และเข้าตรวจสอบ ทำสำเนาคัดลอก โยกย้าย นำออก ลบทิ้ง หรือ กระทำการอื่นใดเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล แฟ้ม บัญชีผู้ใช้ใด ๆ หรือทรัพยากรคอมพิวเตอร์อื่นใด ที่เห็นว่าอาจเป็นอันตรายต่อการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย

6.2 การเข้าตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์และการครอบครองสิทธิ์ใด ๆ เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายเพื่อคุ้มครองข้อมูลสารสนเทศและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยในการกระทำดังกล่าวข้างต้นมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการสูญหายของข้อมูลหรือความเสียหายอื่นใด

ข้อ 7. บัญชีคอมพิวเตอร์และแฟ้มทั้งหมดที่อยู่บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย ถือเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย การที่ผู้ใช้บริการได้รับอนุญาตเข้าใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายก็เพื่อประโยชน์ทางวิชาการและประโยชน์ของทางราชการ แต่สิ่งนี้มิใช่สิทธิ์ (right) ซึ่งผู้ใช้บริการต้องได้รับเสมอไป

ข้อ 8. บัญชีผู้ใช้บริการจะถูกกำหนดให้กับผู้ใช้เฉพาะคนเท่านั้น ห้ามมิให้นำบัญชีผู้ใช้ของตนไปให้ผู้อื่น ซึ่งมิใช่เจ้าของใช้โดยเด็ดขาด และห้ามมิให้บุคคลใดใช้บัญชีคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นแม้ว่าจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบัญชีก็ตาม

ข้อ 9. ห้ามมิให้ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายเพื่อการอื่นใดนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ทางการศึกษาหรือตามที่ได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัย เช่น ห้ามใช้เพื่อประโยชน์ธุรกิจของตนเองหรือของผู้อื่นห้ามใช้เพื่อประโยชน์อื่นใดของบุคคลอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโดยตรง และห้ามใช้เล่นเกมส์ เป็นต้น

ข้อ 10. ห้ามมิให้ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายเพื่อกระทำการอันผิดกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม และห้ามมิให้ใช้ทรัพยากรเหล่านี้อย่างขาดความรับผิดชอบ โดยไม่จำเป็นหรือโดยไม่สมควร อันอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานของผู้อื่น

ข้อ 11. ห้ามมิให้ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายเพื่อการข่มขู่ ก้าวร้าว ก่อกวน ก่อความรำคาญหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานของผู้อื่น และเพื่อการแสวงหา จัดเก็บ หรือส่งข้อความหรือภาพซึ่งไม่สุภาพหยาบคายหรือลามกอนาจาร

ข้อ 12. ห้ามมิให้คัดลอก เปิดเผย หรือ ถ่ายโอน ข้อมูล หรือซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยจัดหาไว้ให้ใช้โดยมิได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการให้บริการข้อมูลหรือซอฟต์แวร์นั้น ๆ

ข้อ 13. ห้ามมิให้คัดลอก อ่าน เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแปลง หรือ ลบทิ้ง ข้อมูลหรือแฟ้มข้อมูล ที่เป็นของผู้อื่นหรือของมหาวิทยาลัย และห้ามมิให้เข้าใช้หรือพยายามเข้าใช้ซอฟต์แวร์และข้อมูลนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยอนุญาตไว้

ข้อ 14. ห้ามมิให้ยุ่งเกี่ยวหรือพยายามดัดแปลงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และทรัพยากรระบบ (system resources) เพื่อไปลดขีดความสามารถระบบ หรือเพื่อที่จะทำให้ได้ทรัพยากรใช้งานเพิ่มขึ้น หรือพยายามที่จะเปลี่ยนข้อจำกัดของสิทธิ์ในการเข้าใช้ทรัพยากรระบบไปจากที่ได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัย หากพบว่ามีปัญหาหรือความผิดปกติเกี่ยวกับเครื่องหรือระบบให้รายงานให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทราบในทันที

ข้อ 15. ห้ามมิให้กระทำหรือพยายามกระทำการดังต่อไปนี้ เก็บ รวบรวม หรือทำลายผลลัพธ์ (output) ของผู้อื่น โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลลัพธ์นั้น ๆ

ข้อ 16. ในการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเป็นทางผ่านเพื่อเข้าไปใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของบุคคลหรือองค์กรอื่นที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของมหาวิทยาลัย หรือเข้าใช้เครือข่าย lnternet ผู้ใช้บริการต้องถือปฏิบัติตามระเบียบและวิธีปฏิบัติขององค์กรที่เป็นเจ้าของทรัพยากรคอมพิวเตอร์นั้น และถือปฏิบัติตามมารยาท (netiquette) ของกลุ่ม Internet ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย มหาวิทยาลัยจะถือเอาการกระทำผิดตามข้อห้ามในระเบียบนี้ต่อทรัพยากรคอมพิวเตอร์นั้น ๆ เสมือนหนึ่งเป็นการกระทำผิดต่อมหาวิทยาลัยและจะดำเนินการต่อผู้กระทำผิดเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดต่อมหาวิทยาลัย

ข้อ 17. การนำเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดเข้ามาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายของมหาวิทยาลัย จะต้องได้รับอนุญาตจากศูนย์คอมพิวเตอร์หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายนั้น ๆ ก่อนเท่านั้น

ข้อ 18. มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิ์ในการเพิกถอนการให้บริการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ในทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ข้อ 19. ในการให้บริการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย มหาวิทยาลัยไม่รับประกันความถูกต้องของผลลัพธ์จากการประมวลผลด้วยทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เป็นผลต่อเนื่องจากความผิดพลาดของผลลัพธ์นั้น ๆ

ข้อ 20. มหาวิทยาลัยไม่รับผิดชอบการสูญหายของข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ ที่ผู้ใช้บริการจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายของมหาวิทยาลัย

ข้อ 21. แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะเคารพในสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ของผู้ใช้บริการทุกคนก็ตาม แต่มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเฝ้าดูและตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายของผู้ใช้บริการเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ข้อ 22. ผู้ใช้บริการที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ จะได้รับโทษดังต่อไปนี้:

22.1 กรณีผู้กระทำผิดเป็นนักศึกษา

22.1.1 ตักเตือนและทำทัณฑ์บน

22.1.2 ระงับสิทธิ์การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายตั้งแต่หนึ่งภาคการศึกษาขึ้นไป

22.1.3 พักการเรียนตั้งแต่หนึ่งภาคการศึกษาถึงสองปีการศึกษา

22.1.4 ลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา

22.2 กรณีผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการและบุคลากรของมหาวิทยาลัย

22.2.1 ตักเตือนและทำทัณฑ์บน

22.2.2 ระงับสิทธิ์การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายตั้งแต่หนึ่งภาคการศึกษาขึ้นไป

22.2.3 ดำเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535

22.3 กรณีผู้กระทำผิดเป็นแขกของมหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไป

22.3.1 ตักเตือนและแจ้งให้ผู้ปกครอง ครู หัวหน้า หรือผู้บังคับบัญชา ทราบถึงการกระทำผิดเพื่อให้ตักเตือนอีกทางหนึ่ง

22.3.2 ระงับสิทธิ์การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป

22.3.3 ดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญาและ/หรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การลงโทษขั้นตักเตือน ทำทัณฑ์บน แจ้งให้ผู้ปกครอง ครู หัวหน้า หรือ ผู้บังคับบัญชาทราบ และโทษระงับสิทธิ์การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย ให้คณบดี ผู้อำนวยการศูนย์หรือสำนัก หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ เป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษ ส่วนการลงโทษขั้นอื่นที่รุนแรงกว่านี้ ให้อธิการบดีหรือรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษหรือดำเนินการ

ในทุกกรณีที่ผู้ใช้บริการกระทำความผิดตามข้อ 11 ถึง 15 และเป็นการกระทำผิดต่อมหาวิทยาลัย โดยทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย มหาวิทยาลัยจะถือเสมือนว่าเป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ หรือขโมยทรัพย์สินหรือเอกสารของทางราชการ หรือปลอมแปลงเอกสารของทางราชการแล้วแต่กรณี และจะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้กระทำผิดอีกทางหนึ่งด้วย

ข้อ 23. ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยและให้ถือเป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2540

ศาสตราจารย์เกษม สุวรรณกุล
นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์